มือใหม่ต้องการเปิดพอร์ตหุ้น??

การเริ่มต้นลงทุน พวกเราจะชี้แนะเสมอว่าให้ลงทุนในวิชาความรู้ก่อนลงทุนจริง กล่าวโทษรู้ที่เกี่ยวกับการลงทุนก่อน


พอเพียงพวกเรารู้เรื่องมากยิ่งขึ้นรวมทั้งได้สัมผัสประสบการณ์จริงเกี่ยวกับการลงทุนบนพอร์ตเปรียบเสมือนจริงแล้ว ก็ค่อยมาเปิดพอร์ตหุ้นลงทุนจริงกัน
แล้วถ้าเกิดพวกเราจะเปิด “พอร์ตหุ้น” จะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดี ?
ปริศนาที่น่าดึงดูดถัดมาก็คือ แล้วในช่วงเวลาที่จะเปิด “พอร์ตหุ้น” สักที่นึงจะเปิดกับโบรกเกอร์ไหนดีล่ะ ? สำหรับมือใหม่ พี่ทุยชี้แนะว่าให้เลือกจากปัจจัยสำคัญๆก่อน
1. อัตราคอมมิชชัน หวยหุ้น
อย่างที่พวกเรารู้กันว่า เมื่อใดก็ตามพวกเราส่งคำบัญชาซื้อแล้วก็ขายหุ้นนั้น เว้นแต่ราคาหุ้นที่พวกเราจำต้องจ่ายแก่โบรกเกอร์แล้ว ยังจำเป็นต้องจ่ายค่าธรรมเนียมค้าขายหุ้น หรือที่เรียกกันเคยปากว่า “ค่าคอมมิชชัน” อีกด้วย สมมุติว่าพวกเราสั่งซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท ถ้าหากโบรกเกอร์ที่พวกเราใช้บริการอยู่นั้นคิดค่าคอมมิชชันอยู่ที่ 0.25% พอๆกับว่า พวกเราจำเป็นต้องจ่ายค่าซื้อหุ้น XYZ รวมทั้งสิ้น 10,025 บาท และก็ในเวลาถัดมา พวกเราตกลงใจสั่งขายหุ้น XYZ เมื่อหุ้นดังกล่าวมาแล้วข้างต้นมีมูลค่าหุ้นละ 15 บาท เมื่อหักค่าคอมมิชชัน 0.25% พวกเราจะได้รับเงินรวมทั้งสิ้น 14,962.50 บาท
และก็เมื่อพินิจพิเคราะห์ผลกำไรจากการซื้อแล้วก็ขายหุ้น XYZ จะพอๆกับ 4,937.50 บาท คิดฯลฯทุนอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากค่าคอมมิชชันรวมทั้งสิ้น 62.50 บาทนั่นเอง
จากแบบอย่างดังที่กล่าวถึงมาแล้ว พี่ทุยเสนอแนะเลยว่าเลือกโบรกเกอร์ที่ค่าคอมฯ ต่ำ ยิ่งต่ำเท่าไรยิ่งดีแค่นั้น
2. ไร้ค่าคอมมิชชันอย่างต่ำ
ค่าคอมมิชชันอย่างน้อย เป็น ค่าใช้จ่ายอย่างต่ำต่อการค้าขายต่อวัน อาทิเช่น โบรกเกอร์ระบุว่าค่าคอมมิชชันพอๆกับ 0.25% แม้กระนั้นมีอย่างต่ำอยู่ที่ 50 บาท มีความหมายว่า ถ้าหากวันนี้พวกเราซื้อหุ้น XYZ ที่หุ้นละ 10 บาท ปริมาณ 1,000 หุ้น นั่นเป็น พวกเราซื้อทั้งผองรวม 10,000 บาท ในกรณีนี้ค่าคอมมิชชันจะพอๆกับ 10,000 x 0.25% พอๆกับ 25 บาท
แล้วถ้าหากในวันนั้นพวกเราไม่มีการค้าขายหุ้นตัวไหนเพิ่มอีกเลย พวกเราจำเป็นต้องเสียค่าคอมมิชชันพอๆกับ 50 บาท เพราะเหตุว่าเป็นอย่างต่ำที่ดินโบรกเกอร์ระบุ จากที่ควรจะเสียเพียงแค่ 20 บาทตามจำนวนการค้าขายจริง
สำหรับมือใหม่จากประสบการณ์ที่พวกเราพบมา โดยธรรมดาเงินออมบางทีก็อาจจะยังมิได้สูงมากมาย เวลาซื้อขายแลกเปลี่ยนชอบแบ่งซื้อหุ้นหลายๆตัว รวมทั้งแบ่งเข้าซื้อหลายๆรอบ ต่างวันต่างราคากันไปเพื่อเป็นการเฉลี่ยราคา
ทำให้การค้าขายในทุกวันยังเป็นจำนวนเงินไม่เยอะแยะ มีลักษณะท่าทางที่จะจำต้องจ่ายค่าคอมมิชชันอย่างน้อยกันทุกเมื่อเชื่อวันที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนหุ้นแน่ๆ ซึ่งเป็นการชำระเงินออกมาจากพอร์ตโดยไม่จำเป็น
นั่นเลยเป็นเหตุว่า สำหรับมือใหม่แล้วเพราะอะไรจำเป็นต้องเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชันอย่างน้อยนั่นเอง
3. อุปกรณ์
วัสดุที่พวกเราเอ๋ยถึงก็คือ ใดๆก็ตามซึ่งสามารถช่วยปรับพวกเราค้าขายหุ้นได้สบายขึ้น มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรม Streaming ที่เอาไว้สำหรับค้าขายหุ้นออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ที่เอาไว้สำหรับค้าขายออนไลน์ผ่านเว็บและก็แอปพลิเคชัน ได้เลย หรือถ้าเกิดลงทุนมาสักระยะถ้าเกิดมีโปรแกรมซึ่งสามารถดูกราฟของหุ้นได้ด้วย ก็จะช่วยให้พวกเราค้าขายหุ้นได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากว่าจะช่วยให้พวกเรามองเห็นแนวโน้มของราคา พวกเราสามารถถามไถ่กับโบรกเกอร์ก่อนที่จะพวกเราจะเปิดพอร์ตได้เลย ว่ามีวัสดุอะไรให้กับพวกเราบ้าง
4. ข้าราชการการตลาด (Marketing)
หรือที่พวกเราจะเรียกว่า “มาร์” ที่เป็นข้าราชการรอส่งคำบัญชาจำหน่าย รวมทั้งรอให้คำปรึกษาสำหรับในการค้าขายหุ้นให้กับพวกเรา บางครั้งบางคราวพวกเราบางทีอาจจะไม่สบายเข้ามองพอร์ตหุ้นตนเองตลอดทั้งวัน หลายๆครั้งมาร์ก็จะรอโทรบอกเมื่อมีข่าวสารที่กระทบกับหุ้นแรงๆด้วยเหมือนกัน แม้กระนั้นข้อกำหนดก็คือจำนวนมากแล้วมาร์หนึ่งคนชอบดูแลลูกค้าหลายๆคน ถ้าเกิดมือใหม่ที่พึ่งเริ่มลงทุนบางครั้งก็อาจจะมิได้รับการติดต่อเท่าใด โดยเหตุนั้นถ้าเกิดพวกเรามีปัญหาบางทีก็อาจจะควรจะเป็นข้างโทรศัพท์หาเพื่อซักถามรายละเอียดอื่นๆด้วยตัวเอง
5. บทวิจารณ์
บทวิจารณ์เป็นอีกต้นสายปลายเหตุนึงที่สำคัญเป็นอย่างมาก ส่วนตัวเรารู้สึกว่าบทวิจารณ์เป็นราวกับแหล่งสรุปข่าวสาร ว่าข่าวสารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมากระทบกับหุ้นตัวไหนอย่างไรบ้าง รวมทั้งเป็นตัวช่วยคัดหุ้นว่าตัวไหนน่าดึงดูด เพื่อที่จะได้ให้พวกเรากลับไปทำการบ้านเพิ่มอีกว่าพวกเราน่าจะซื้อขายแลกเปลี่ยนยังไง

Author: Queen

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *